ปัจจัยการจัดอันดับเว็ปไซด์ SEO

ปัจจัยการจัดอันดับของgoogle

SEO


6 กฎ SEO ที่จะช่วยให้ บทความ ของคุณติดหน้าแรกของ Google


6 กฎ SEO ที่จะช่วยให้ บทความ ของคุณติดหน้าแรกของ Google


ข้อที่ 1. เขียนบทความที่สดใหม่ ไม่ซ้ำใคร (Unique Content)
ในปีนี้ Google ยังให้ความสำคัญกับ Content หรือบทความอยู่ นั่นก็คือ “บทความของคุณ ต้องไม่ไปซ้ำ กับบทความของคนอื่น” เพราะจะทำให้โพสต์ของคุณทุกลดอันดับลง เป็นการหารค่าเฉลี่ย ในการจัดอันดับของ Google
ถ้ามีบทความซ้ำกันมาก ๆ ก็จะทำให้อันดับใกล้เคียง หรือลดหลั่นกันตามลำดับ เหมือนพวกเว็บข่าว ที่มีข่าวเดียวกันซ้ำ ๆ เวลามีการค้นหาคำ ๆ นั้น ก็จะเกาะกลุ่มกันขึ้นหน้าค้นหา ก็อยู่ที่เว็บใครจะแรง หรือใครโพสต์ได้เร็วกว่ากัน
แต่ก็มี Trick อยู่นิดนึง สำหรับ บทความของคุณ ที่คิดว่ามีปัญหาเรื่อง การซ้ำ การก๊อปปี้ ทำให้บทความของคุณ ไม่เป็นบทความคุณภาพอีกต่อไป
การแก้นั้นก็คือ การแชร์บทความของคุณ ไปยัง Social Media ต่าง ๆ ครับ ยกตัวอย่าง กรณี เว็บข่าว หรือ วาไรตี้ ข่าวซุบซิบดารา ที่มีข่าวซ้ำ ๆ กันหลายเว็บ แต่ก็มีการแชร์ไปยัง Social ต่าง ๆ เยอะเหมือนกัน
อันนี้ ก็จะวัดกันตรงที่ เว็บใครแรง หรือมีพลัง Social หนุน จากการแชร์กันต่อเยอะ ยิ่งมีคนเข้ามาเว็บคุณเยอะมากเท่าไหร่ อันดับคุณก็จะยิ่งขยับขึ้น ข้างบนไปเรื่อย ๆ
ข้อ 2. เขียนบทความให้มีคุณภาพ และยาวเข้าไว้ (Quality Content)
บทความคุณภาพ
บทความคุณภาพที่ดี นอกจาก จะเป็นบทความที่สดใหม่ ไม่ซ้ำใคร แล้ว ก็ควรจะมีคำอย่างน้อย 1,000 คำขึ้นไป ยิ่งมากไปถึง 2,000 เลย ยิ่งดี
อันนี้ ก็เพื่อให้ผู้อ่านบทความของคุณ อยู่ในเว็บของคุณนานขึ้นอีกด้วย (Bounce Rate) ซึ่งยิ่งผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ อยู่ในเว็บคุณนานเท่าไหร่ Google จะมองว่า เว็บคุณ เป็นเว็บคุณภาพ (ไม่ใช่เว็บกาก ๆ ที่เข้ามาแล้วปิดหนีออกไปเลย)
และควรมีรูปประกอบ บทความซัก 2-3 รูป กำลังดี เพื่อไม่ให้บทความของคุณ ดูแออัด ติดกันจนเกินไป อาจทำให้ขี้เกียจอ่านก็เป็นได้
ข้อ 3. นำ youtube มาใส่ในบทความ
การนำ youtube video ที่เกี่ยวข้อง มาใส่ไว้ในบทความของคุณ ก็มีผลต่อ SEO เหมือนกัน แถมยัง ทำให้ผู้ชมอยู่ในเว็บคุณนานขึ้น เช่นกัน
ข้อแนะนำ ก็คือ คุณควรจะสร้าง Youtube Channel เป็นของตัวเอง เพื่อเป็นการสร้างเครดิต หรือสร้างแบรนด์ ให้กับ เว็บของคุณด้วย จะได้ไม่ต้องเอา วิดีโอ คนอื่นมาไว้ที่เว็บคุณ
ข้อ 4. ใช้คำที่ Google แนะนำ เอามาเขียนไว้ในบทความให้มากที่สุด (Google Suggestion)
นำ Keyword ที่ Google แนะนำบนหน้าผลการค้นหา นำมาแตกหรือขยายความ เพื่อนำมาเขียนลงในบทความ กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของบทความให้ทั่ว
อย่างน้อย ควรมี Keyword ที่ต้องการอยู่ใน Paragraph แรก และสุดท้ายของบทความ
ที่แนะนำมาในข้อ 2 -4 นั้น บทความของคุณ ก็จะมีความยาว เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ผู้อ่าน อยู่บนหน้าเว็บคุณนานขึ้นด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ผู้เข้าชมจากมือถือ (Mobile)
ข้อ 5. รองรับ การแสดงผลแบบในการดูบนมือถือ (Responsive Design)
responsive ที่ทิ้งท้าย ไว้เมื่อข้อที่แล้ว นั่นก็คือ การทำให้ผู้เข้าชมเว็บของคุณผ่านทางมือถือ (Smartphone) หรือ แท็บเล็ต (Tablet) อยู่บนเว็บคุณนานขึ้น บทความของคุณ ต้องมีความยาวพอ ที่กว่าจะเลื่อนอ่านจนจบ เลื่อนกันเมื่อยนิ้วเลยทีเดียว
แต่ทั้งนั้น เว็บของคุณ ต้องรองรับการแสดงผล การดูผ่านมือถือด้วย หรือที่เรียกว่า Responsive Design นั่นเอง เพื่อให้ง่ายต่อการรับชม และโหลดเร็ว ไม่ต้องรอนาน
ถ้าหาก ใครอยากจะตรวจเช็คว่า เว็บของคุณ รองรับการแสดงผลบนมือถือหรือไม่?
สามารถเข้าไปเช็ค ได้ที่นี่ >> Google Mobile-Friendly Test (ใส่ชื่อเว็บที่ต้องการตรวจสอบ)
ส่วนใครที่อยากจะหาซื้อ Themes ที่รองรับ Responsive สามารถเข้าไปเลือกดูได้ที่ Themeforest.com
ข้อ 6. หน้าบทความ ต้องโหลดเร็ว (Page Speed)
เมื่อคนใจร้อนขึ้น เว็บของคุณก็ต้องรองรับอารมณ์คนเหล่านี้ด้วย หน้าเว็บที่โหลดเร็ว จึงได้เปรียบ ถ้าเปิดช้า ก็อาจทำให้เสียอารมณ์ ปิดหนีไปก่อนเลยก็ได้
เว็บที่โหลดเร็วก็มีผลต่อ SEO นะครับ อย่าชะล่าใจไป บทความที่มีรูปเยอะ ก็ควรจะลดขนาดไฟล์ให้เล็กลงซักหน่อย อย่าใส่เยอะ 2-3 รูป กำลังดี
สามารถ เช็คความเร็วของเว็บคุณ ได้ที่นี่ >> Google PageSpeed Insights
ข้อ 7. จับเอา ประเด็นร้อน มาเขียนบทความ (Google Trends)
ทิ้งท้าย ไว้ด้วย การจับประเด็นร้อน มาเขียนเป็นบทความ อย่างที่บอกไปแล้วในข้อต้น ๆ ว่า Google ชอบบทความสดใหม่ ไม่ซ้ำใคร นั่นก็หมายความว่า
ถ้าคุณเป็นเสือปืนไว จับประเด็นร้อน มาเขียนเป็นบทความให้คนอ่าน กันได้เร็ว ก็จะมีคนแชร์บทความของคุณไปเยอะ ยิ่งขึ้นเหมือนกัน เพราะยังไม่มีใคร นำหัวข้อนั้นไปเขียนบทความเลย
สามารถเข้าไปเช็ค Trends ใหม่ ๆ ได้ที่นี่ >> Google Trends
ที่มา http://www.leaderwings.co/tools/7-seo-content/



Contact Chamedee SEO Team

ส่งข้อความหา Chamedee SEO Team



: SEO@chamedee.com
: 093 883 7067


Top