SEO สายเขียว ติดอันดับตามธรรมชาติ

ปัจจัยการจัดอันดับของgoogle

SEO


ปัจจัยการจัดอันดับของ google


ปัจจัยในการจัดอันดับที่นำมาใช้ศึกษา:รายละเอียด 204 ปัจจัย

Google algorithm ที่เป็นปัจจัยหลักที่ google ใช้ในการจัดอันดับ ไม่ว่าจะเป็น pagerank, hilltop, trustrank, caffeine, panda, penguin, hummingbird และอื่น ๆ แต่สิ่งที่บางคนอาจไม่รู้คือ google ใช้ ปัจจัยมากกว่า 250 ปัจจัยในการจัดอันดับ
## สิ่งที่ยืนยันอายุของโดเมนได้คือ matt cutt domain age ที่สามารถบอกได้ว่าโดเมนที่มีอายุนานกว่าและจะได้อันดับที่ดีกว่า
## keyword ในชื่อโดเมน จะได้เปรียบในการจัดอันดับในคำนั้น ๆ
## การใช้ keyword ในชื่อโดเมนโดยเป็นคำแรกของโดเมนจะส่งผลต่อการจัดอันดับที่ดี
## การจดอายุโดเมนนาน ส่งผลต่อการจัดอันดับด้วย เนื่องจาก google มองว่าโดเมนที่ตั้งใจทำนั้นจะจ่ายเงินค่าโดเมนล่วงหน้าหลาย ๆ ปี อายุที่เหลืออยู่ของโดเมนจะช่วยส่งผลกับอันดับด้วย หรือ เพิ่มเติม
## ปัจจัยการจัดอันดับที่ดีคีอการที่มี keyword ใน subdomain หรือ รายละเอียด หรือ เพิ่มเติม
## Google จะเริ่มนับค่าใหม่กับโดเมนมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของ หรือมีการหมดอายุแต่ไม่มีการต่อหลาย ๆ ครั้ง
## โดเมนที่ชื่อโดเมนตรงกับ keyword เลย จะทำอันดับได้ดีในคำนั้น ๆ แต่ถ้าเว็บนั้นถูกสร้างโดยไม่ใช่เว็บคุณภาพ matt cutt ยืนยัน google ก็จะลดอันดับโดเมนพวกนี้ลง หรือ รายละเอียด หรือ เพิ่มเติม
## การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเจ้าของโดเมน whois การจดโดเมนเราสามารถเลือกจดแบบ private whois ซึ่งจะไม่เปิดเผยข้อมูลของเรา สิ่งนี้ google มองว่าถ้าเว็บที่ถูกต้อง และบ่งบอกได้ว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ
##ถ้ามีเว็บใด ๆ ที่ google ลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง spam หรือการฝ่าฝืนข้อห้ามอื่น ๆ ของ google เว็บไซต์ข้อมูล whois เป็นเจ้าของเดียวกัน อาจโดนผลลบตามไปด้วย
## นามสกุลโดเมน เช่น .th อาจช่วยส่งผลให้เว็บนั้นทำอันดับใน google.co.th ได้ดี แต่สิ่งนี้อาจส่งผลการจัดอันดับใน google.com ที่แย่กว่าปกติ
## keyword ในหัวข้อเว็บ ส่งผลกับการทำ seo ในคำนั้น ๆซึ่งส่งผลต่อการจัดอันดับหรือ รายละเอียด หรือ เพิ่มเติม
## การใส่ keyword ในคำแรกของหัวข้อเว็บส่งผลดีต่อการจัดอันดับ เพราะสามารถค้นหาผลลัพธ์ได้ง่าย หรือ เพิ่มเติม
##. keyword ใน meta description
## การใส่คำนั้น ๆ ที่ต้องการลงใน H1 tag หรือ รายละเอียด
## การใช้คำนั้น ๆ หลาย ๆ ครั้งจะบอกว่าบทความนี้เกี่ยวข้องกับคำนั้น ๆ ส่งผลต่อการที่ search engine จะนำไปจัดอันดับ
## จำนวนคำของบทความ บทความที่มีจำนวนคำมากกว่าย่อมส่งผลดีกว่าบทความที่มีจำนวนข้อความสั้น ๆเพราะบ่งบอกได้ว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ
## ผลเสียต่อการจัดอันดับอาจเกิดจากความหนาแน่นของคำที่ต้องการ หรือการใช้คำมากเกินไป หรือ รายละเอียด หรือ เพิ่มเติม หรือ อ่านต่อ
## LSI (Latent semantic indexing keyword)ควรเน้นคำที่เป็น LSI ด้วย คือ keyword ที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกัน
## LSI ในหัวข้อ และ meta description
##.ผลต่อการจัดอันดับ เกิดจากความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ ยิ่งไฟล์เล็ก โหลดได้เร็ว จะยิ่งมีผลดี หรือ รายละเอียด
##. อีกปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ คือบทความที่ซ้ำกัน
##. Google สามารถรับรู้ได้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจทำบทความซ้ำกัน ถ้าหากเราใช้ rel=canonical อย่างเหมาะสม หรือ รายละเอียด
## ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บผ่าน browser chrome อะไรที่ chrome ไม่ปลื้ม google ก็ไม่ชอบตามไปด้วย เป็นที่รู้กันว่า chrome เป็นของ google หรือ เพิ่มเติม
## การทำ seo ให้กับรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็นชื่อรูป alt text, title, description, caption ของรูป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ดีในการจัดอันดับ
##. Google เชื่อว่า บทความที่เขียนไว้นาน ๆ อาจล้าสมัยไปแล้ว จึงสร้าง caffeine ขึ้นมาเพื่อให้บทความที่ใหม่กว่าซึ่งอาจจะมีข้อความที่มีข้อมูลที่ทันสมัยกว่า ได้อันดับที่ดีกว่า หรือ ดูรายละเอียด หรือ ข้อมูลเพิ่มเติม
## การแก้ไขบทความ ทำให้ google รู้ว่าบทความนี้เปลี่ยนไป แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นควรเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นการเขียนข้อความใหม่เพิ่มเข้ามา มากกว่าการเปลี่ยนแค่คำไม่กี่คำ เพราะความสดใหม่หรอความทันสมัยของบทความสามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ ทำให้ผู้คนสนใจ และส่งผลดีต่อการจัดอันดับ
## ความถี่ในการแก้ไขบทความ ยิ่งบทความเปลี่ยนบ่อย google ยิ่งรับรู้ถึงความสดใหม่ของบทความ และสามาถบ่งบอกถึงการเอาใจใส่ดูแล
## ในคำ 100 คำแรกถ้ามีคำที่ต้องการปรากฎอยู่จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การจัดอันดับของ google ให้ดีขึ้น
## keyword ที่ต้องการใน H2, H3 tag หรือ เพื่มเติม หรือ อ่านต่อ
##การเรียงคำที่ถูกต้อง ใช้คำอย่างถูกต้อง ตามหลักไวยกรณ์ของภาษา จะส่งผลให้อันดับดีกว่า
## การทำ Link ออกไปยังเว็บคุณภาพเป็นผลดีต่อการจัดอันดับ หรือ เพื่มเติม
##การทำ Link ออกไปเว็บอื่น อย่างเช่นถ้าเว็บของคุณเกี่ยวกับกระต่าย การทำ link ไปยังเว็บตุ๊กตาจากหน้านั้น อาจจะเป็นการบอก google ว่าหน้าเว็บนั้นเกี่ยวกับตุ๊กตากระต่าย ไม่ใช่แค่กระต่าย
## การใช้บทความมั่ว ๆ ไวยากรณ์ไม่ถูกต้องจะส่งผลเสีย การใช้อย่างถูกต้องไว้ก่อนเป็นสิ่งดี
##.บทความที่เขียนขึ้นใหม่ย่อมทำอันดับได้ดีกว่าบทความที่คัดลอกมาเสมอ
## บทความเสริมที่เป็นประโยชน์ ซึ่งช่วยในการจัดอันดับของ google เพราะ สามารถบ่งบอกถึงความมีคุณภาพของเว็บ ดังนั้นการทำเว็บควรนึกถึงคนอ่านเว็บเราว่าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากบทความของเรา
##จำนวนลิงก์ออกที่ไม่มากเกินไป หรือ รายละเอียด หรือ เพิ่มเติม
## คุณภาพของบทความอาจบอกได้จากการใส่รูป วีดีโอหรือไฟล์สื่ออื่น
##จำนวนของลิงก์ภายในเว็บเดียวกันที่ลิงก์มาหาหน้านั้น
##ความเกี่ยวข้องของเนื้อหาหน้าอื่นที่ลิงก์มาหา และ pagerank ของหน้านั้น ๆหรือ รายละเอียด
##การที่เว็บมี link เสียจำนวนมากหมายถึง เว็บนั้นที่ถูกทิ้ง ไม่เอาใจใส่ การที่มีลิงก์ออกไปยังหน้าเว็บที่ไม่มีอยู่ ส่งผลเสียต่อการจัดอันดับของเว็บ
##. ระดับการอ่าน เป็นสิ่งหนึ่งที่ google ใช้ในการจัดอันดับ ยิ่งเว็บเราจัดอยู่ในระดับสูงก็จะยิ่งได้อันดับดี
## ลิงก์ affiliate การมี link ประเภทนี้ในเว็บไซต์ก็ไม่ใช่ผลเสียอะไรตามใดที่คุณไม่ใส่มัน “มาก”เกินพอดี
## การใส่ tag html ผิดพลาด หรือการ verify wc3 แล้วมีความผิดพลาดจำนวนมาก เป็นสัญญาณว่าเว็บนั้นไม่ได้คุณภาพ หรือ เพิ่มเติม
##.หน้าเว็บของโดเมนที่มี authority มากกว่าย่อมอันดับดีกว่าเว็บที่มีค่าน้อยกว่าหรือเพิ่มเติม
##.pagerank ของหน้านั้น PR ที่สูงกว่าย่อมได้อันดับดีกว่า
##ผลเสียกับการมองเห็นของผลลัพท์ คือ ความยาวของ URL URL ที่ยาวมาก ๆ
##. ที่อยู่ URL หรือ URL path ยิ่งหน้านั้นอยู่ใกล้กับหน้าแรกเว็บก็ย่อมได้ authority มากกว่าหน้าอื่นส่งผลดีในการจัดอันดับ หรือ เพิ่มเติม
## Google สามารถแก้ไขบางอย่างที่อาจส่งผลกับการจัดอันดับได้ เพราะ google เองมีสิทธิบัตรที่พูดถึงระบบที่อนุญาตให้ผู้แก้ไขที่เป็นคนจริง ๆ
##สิ่งที่รวบรวมหน้าที่มีเนื้อหาคล้ายกันเข้าด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยซึ่งจะทำให้อันดับหน้าที่อยู่ในหน้าหมวดหมู่ดีขึ้นในคำนั้น
## การเชื่อมโยงบทความที่คล้ายกันเข้าด้วยกัน ซึ่ง wordpress tag ตอบสนองสิ่งนี้เป็นอย่างดี
##. การมี keyword ใน urlเป็นสิ่งที่ดี
## Google จะจัดอันดับและแสดงได้ดีขึ้นว่าหน้าเว็บเราเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร ถ้า google อ่านหมวดหมู่ใน URL ของเราได้
## การอ้างอิงและแหล่งที่มา อาจบอกถึงคุณภาพของหน้าเว็บนั้น ซึ่ง google เองก็ยังบอกว่าผู้อ่านนั้นควรจะดูว่าบทความมีแหล่งที่มาหรือไม่
## การใช้ bullets และตัวเลข จะช่วยแบ่งบทความของคุณให้ผู้อ่าน อ่านง่ายขึ้น ทำให้บทความเป็นมิตรกับผู้อ่านมากขึ้น google ชอบบทความที่มี bullets และตัวเลข
## ลำดับหน้าในไฟล์ sitemap สิ่งนี้อาจส่งผลต่อการจัดอันดับเช่นเดียวกัน
##. การมีลิงก์ออกมากเกินไป ส่งผลเสียต่อการจัดการอันดับของเว็บ
## ถ้ามีคำอื่น ๆ อีกหลายคำที่หน้านั้นเน้น ก็ส่งผลให้ google มองว่าเป็นหน้าคุณภาพ
## อายุของหน้านั้น แม้ว่า google จะชอบเนื้อหาที่สดใหม่ แต่หน้าเก่า ๆ ที่อัปเดตบ่อย ๆ ก็ให้ผลดีกว่าหน้าเว็บใหม่ ๆเช่นเดียวกัน
## หน้าตาเว็บที่เป็นมิตรกับผู้อ่านทำให้ google มองว่าเป็นเว็บคุณภาพส่งผลดีในการจัดอันดับ
## parked domain google ให้ความสำคัญกับ parked domain น้อยลง
## บทความที่มีประโยชน์บ่งบอกถึงการเป็นเว็บที่มีคุณภาพ
## Google นั้นลงโทษเว็บที่มีบทความซ้ำ ๆ หรือบทความน้อยแต่มี link ออกมากเกินไป เพราะ google ชอบบทความที่มีสาระและไม่ซ้ำใคร
## Google ชอบเว็บที่มีข้อมูลให้ติดต่อได้ และถ้าข้อมูลตรงกับ whois ก็อาจช่วยมากขึ้น
## trustrank หรือ domain trust จำนวน link ที่เว็บคุณได้จากเว็บอื่น google เรียกว่า seed sites
## สิ่งที่ช่วยให้ google จัดการกับบทความในเว็บคุณได้เป็นอย่างดีคือ โครงสร้างของเว็บไซต์
## การอัปเดตเว็บบ่อย ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นเนื้อหาที่ไม่ซ้ำใครส่งผลดีต่อการจัดอันดับ เพราะบ่งบอกว่าเว็บได้รับความเอาใจใส่
## เว็บที่มีจำนวนหน้าเยอะ ทำให้ google มองว่าเป็นเว็บคุณภาพ
## search engines จะรู้จักเว็บไซต์คุณดีขึ้นถ้าคุณมี ไฟล์ sitemap
## site uptime การที่เว็บ down นั้นส่งผลเสียต่อการจัดอันดับเว็บคุณ
##ที่อยู่ของเซิฟเวอร์ : ที่อยู่ของเซิฟเวอร์อาจจะมีผลทำให้เว็บของคุณมีอันดับต่างกันไปในแต่ละประเทศได้
## Google อาจจะจัดอันดับเว็บอีคอมเมิร์ซที่มี SSL certificates สูงกว่าเว็บอื่น ๆ
## สิ่งที่บ่งบอกว่าเว็บคุณเป็นเว็บที่มีความน่าเชื่อถือในโลกออนไลน์ คือ เงื่อนไขการให้บริการและหน้าส่วนตัว
##เนื้อหาที่ซ้ำกันบนเว็บ: meta information ที่เหมือนกันทุกหน้าในเว็บอาจจะทำให้เว็บไซต์ของคุณอันดับต่ำลง หมายถึงเว็บไม่มีคุณภาพ
## เมนูแบบ Breadcrumb เป็นเมนูที่ช่วยให้ผู้เยี่ยมชม รวมไปถึง search engines รู้ว่าตอนนี้หน้าที่พวกเขาอยู่นั้นอยู่ตรงส่วนไหนของเว็บ
## การออกแบบให้รองรับอุปกรณ์มือถือ จะช่วยให้ติดอันดับที่ดีในการค้นหาโดยใช้อุปกรณ์มือถือ
## วีดีโอเว็บ youtube สามารถทำอันดับใน google ได้ดี เพราะเจ้าของเดียวกัน
## เว็บไซต์ที่ยากต่อการใช้งาน หรือดูหน้าเว็บ จะทำให้อันดับแย่ลงเนื่องจากผู้เยี่ยมชมใช้เวลาบนเว็บไซต์น้อยกว่าเว็บทั่วไป
##การใช้ google analytics และ google webmaster tools ส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับเนื่องจากได้ให้ข้อมูลของเว็บคุณตามที่ google ต้องการ
##คำวิจารณ์จากผู้เยี่ยมชม/ชื่อเสียงของเว็บไซต์ คำวิจารณ์บนเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ จะส่งผลต่อการจัดอันดับ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถให้คะแนนเว็บเพื่อลดปัญหาการสร้าง link ที่เน้นเรื่อง seo มากกว่าเป็น link ตามธรรมชาติ
## ลิงก์จากเว็บที่มีอายุเก่าแก่ให้ผลดีมากกว่าลิงก์จากเว็บใหม่ ๆ
## หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับของ google คือ จำนวนลิงก์ที่ลิงก์ไปที่หน้าหลักของเว็บ
## สิ่งที่เป็นผลดีกับเว็บคุณก็คือจำนวนของลิงก์ที่ได้จากเว็บที่มี IP class C แตกต่างกัน ยิ่งหลากหลายเท่าไหร่ยิ่งดี
## จำนวนลิงก์จากหน้าต่าง ๆ จำนวนที่ลิงก์มากก็ส่งผลต่อการจัดอันดับ
## Alt Tag สำหรับ ลิงก์รูปภาพ อย่าลืมใส่ให้กับรูปภาพในเว็บคุณ เพราะจะทำให้เว็บของคุณมีคุฯภาพมากขึ้น
## ลิงก์จากเว็บ .edu หรือ .gov ส่งผลดีกว่าลิงก์จากเว็บทั่วไปแน่ ๆ
## pagerank ของหน้าที่ทำลิงก์มาหาเว็บคุณ ยิ่งสูงยิ่งดีส่งผลดีต่อการจัดอันดับ
##ค่า authority ของเว็บที่ทำลิงก์มาหาเว็บคุณ เว็บที่สองหน้าหลัก pr8 การได้ลิงก์จากเว็บที่สองย่อมได้ผลดีกว่า
## ลิงก์จากเว็บคู่แข่ง ในหน้าผลการจัดอันดับในคำเดียวกัน ย่อมส่งผลดีกับเว็บคุณในคำนั้น ๆ
## ปัจจัยที่บ่งบอกได้ว่าเว็บไซต่ของคุณมีผู้ที่สนใจเยอะ คือ การแชร์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ยิ่งจำนวนมากยิ่งส่งผลกับหน้านั้น ๆ
## link จากเว็บไซต์ที่ไม่พึงประสงค์ เว็บต้องห้ามต่าง ๆ จะส่งผลเสียกับเว็บไซต์คุณบ่งบอกถึงเว็บที่ไม่ดี ไม่มีคุณภาพ
## ลิงก์การเขียนจากบุคคลภายนอก มีค่าน้อยกว่าลิงก์ในบทความ
## การมีลิงก์ไปที่หน้าหลักบนหน้ารอง ๆ ของเว็บจะช่วยส่งผลต่อการจัดอันดับ
## Nofollow links หนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงบ่อยหัวข้อหนึ่งเมื่อพูดถึง SEO ซึ่ง google ก็ไม่ให้ความสนใจกับ nofollow link ดังนั้นการได้ nofollow link ก็ดีกว่าไม่ได้เลย
## ความหลากหลายของลิงก์ การมีลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติจำนวนมากนั้น สามารถดูได้ง่าย ๆ ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการแสปม แต่ในอีกนัยนึงการได้ลิงก์ที่หลากหลายก็เป็นสัญญาณว่าเป็นลิงก์ที่เป็นคุณภาพ
## ลิงก์จากคำที่มีความหมายคล้าย ๆ กัน จะลดค่าของลิงก์นั้น
##ลิงก์ในเนื้อหาบทความ ส่งผลดีมากกว่า ลิงก์ที่อยู่บนหน้าว่าง ๆ
##การมี redirect 301 มาที่หน้าที่มากเกินไป อาจส่งผลเสียกับเว็บคุณส่งผลเสียต่อการจัดอันดับอีกด้วย
##anchor text link เป็นสิ่งที่ช่วยให้ google รู้ว่า จะจัดการอันดับให้เว็บด้วยคำว่าอะไร
## การทำ anchor text link ให้กับลิงก์ภายในไปยังหน้าเว็บที่เกี่ยวกับคำนั้น ช่วยส่งผลต่อการจัดอันดับ
##ข้อความที่ปรากฎขึ้นเมื่อคุณลากเม้าส์ไปเหนือลิงก์นั้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการจัดอันดับ
##การได้ลิงก์พวกโดเมน ดอทต่าง ๆ ที่เป็นชื่อประเทศ เช่น .th , .co.uk, .de จะช่วยให้เว็บของคุณทำอันดับได้ดีในประเทศนั้น ๆ
## ลิงก์ที่อยู่ในส่วนของบทความจะมีน้ำหนักมากกว่า ลิงก์ที่อยู่ตอนท้ายของบทความ
##ที่ โดยทั่วไปแล้วลิงก์ในบทความของหน้านั้นจะมีพลังมากกว่าลิงก์ที่ด้านข้างหรือด้านล่างของเว็บ
## การได้ลิงก์จากเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ยิ่งได้พลังจากเว็บเหล่านั้นมากกว่าได้ลิงก์จากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
## ระดับความเกี่ยวข้องของหน้า hilltop algorithm จะมีพลังมากกว่าได้ลิงก์จากหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง
##Google อาจใช้ข้อความรอบ ๆ ลิงก์นั้นเพื่อตัดสินว่าลิงก์นั้นเป็นอย่างไร เพราะข้อความการเป็นคำแนะนำเว็บคุณ หรือเป็นการวิจารณ์เว็บคุณในแง่ร้าย ลิงก์ที่มีข้อความรอบ ๆ เป็นข้อความที่ดีย่อมส่งผลดีมากกว่า
## ลิงก์ที่ anchor text เป็นคำเดียวกับคีย์เวิร์ดในหัวข้อ google จะชอบเป็นพิเศษ
## Link velocity การที่เว็บเราได้ backlink เพิ่ม ย่อมหมายถึงเว็บคุณได้รับความนิยม เพราะการมี positive link velocity ย่อมเป็นผลดีกับเว็บของคุณ
## negative link velocity ตรงกันข้ามกับ positive link velocity การที่เว็บของคุณมีจำนวน backlink น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป หมายถึงการเสื่อมความนิยมของเว็บของคุณและเป็นผลเสียต่อการจัดอันดับ
##การได้ลิงก์จากหน้าเว็บที่ google มองว่าเป็นเว็บข้อมูลชั้นดี หรือหน้าเว็บท่า ในหัวข้อเฉพาะจะได้รับการจัดอันดับที่ดีเป็นพิเศษ
## ลิงก์จากเว็บ Authority : ลิงก์จาก “เว็บ authority” จะช่วยเพิ่มพลังให้เว็บคุณ
## การได้ลิงก์จากแหล่งอ้างอิงใน Wikipedia : จะช่วยเพิ่ม trust และ authority ให้กับเว็บคุณในการจัดอันดับของ search engines.
##. คำที่ปรากฎรอบ ๆ: คำที่ปรากฎรอบ ๆ backlinks ของคุณจะช่วยให้ Google รู้ว่าหน้าเว็บคุณเกี่ยวกับอะไรซึ่งเป็นผลดี
## อายุ Backlink : ลิงก์ที่เก่าแก่กว่าจะให้พลังมากกว่าลิงก์ใหม่ ๆ
## ลิงก์จากเว็บจริง ๆ เทียบกับ Splogs : Google จึงให้น้ำหนักลิงก์ที่มาจากเว็บจริง ๆมากกว่า ลิงก์จากบล็อกปลอม ๆ
## เว็บที่มีลิงก์ประวัติส่วนตัวเป็น “ธรรมชาติ” จะได้อันดับที่ดีและมั่นคงกว่าในการอัปเดต
##. การแลกเปลี่ยนลิงก์: Google ห้ามทำการแลกเปลี่ยนลิงก์มากเกินไป
## ลิงก์เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้าง: Google สามารถแยกได้ว่าลิงก์มาจากผู้ใช้หรือเจ้าของสร้าง
##. ลิงก์จากหน้า 301: ลิงก์จากหน้า 301 redirects อาจจะเสียพลังไปบ้างเมื่อเทียบกับลิงก์ตรง ๆ
## Schema.org Microformats: หน้าที่รองรับรูปแบบ microformats อาจได้อันดับดี
##. การติด DMOZ: Google ให้เครดิตกับเว็บที่ติดใน DMOZ เป็นเว็บที่มีคุณภาพ
##การติดในไดเรกทอรีของ Yahoo!: google น่าจะมี algorithm ที่ให้ความสำคัญกับ Yahoo! Directory ดูจากการเป็นเว็บไดเรกทอรีมาอย่างยาวนาน
##. จำนวนของลิงก์ออกในหน้า: ลิงก์บนหน้าที่มีลิงก์ออกเป็นร้อย ๆ ลิงก์ย่อมส่งพลังของ pagerank ต่อไปได้น้อยกว่าหน้าเว็บที่มีลิงก์ออกน้อยกว่า
## ลิงก์ประวัติส่วนตัวฟอรั่ม: Google อาจจะลดความสำคัญของลิงก์จากหน้าประวัติส่วนตัวในฟอรั่มลง เพราะว่ามีการเพิ่มจำนวนสแปมค่อนข้างมาก
## จำนวนคำของลิงก์เนื้อหา: ลิงก์จากบทความหนึ่งพันคำย่อมให้ผลดีกว่าลิงก์จากหน้าบทความที่มีเพียง ไม่กี่สิบคำ
##. คุณภาพของลิงก์เนื้อหา: ลิงก์จากหน้าบทความแย่ ๆ อย่างบทความที่อ่านไม่รู้เรื่อง จะไม่ส่งพลังเหมือนกับหน้าบทความที่มีการเขียนเรียบเรียงอย่างดีเพราะลิงก์จากบทความที่เขียนเรียบเรียงมาอย่างดีบ่งบอกได้ถึงการมีคุณภาพของเว็บ ส่งผลดีต่อการจัดอันดับ
## ลิงก์ด้านข้างเว็บไซต์: ลิงก์ด้านข้างเว็บไซต์ที่อยู่ทุกหน้าของเว็บนั้นจะถูก ”นับรวม” เป็นเพียงแค่ลิงก์เดียว สิ่งนี้ได้รับการยืนยันจาก Matt Catt
##. อัตราการคลิกสำหรับ Keyword ในหน้าการค้นหา: หน้าที่ได้คลิกมากกว่าจะได้อันดับที่ดีขึ้นใน keyword นั้นเพราะบ่งบอกได้ว่าเว็บนั้นมีผู้ที่สนใจอยู่เยอะ
## อัตราการคลิกสำหรับทุก Keywords: หน้าหรือเว็บไซต์ที่มีอัตราการกดคลิกสูงสำหรับทุก keywords จะถูกจัดอันดับให้ดีขึ้นโดยใช้หลักเกณฑ์ว่ามีคนสนใจมาก ก็น่าจะเป็นหน้าเว็บที่น่าสนใจหรือบอกได้อีกอย่างหนึ่งว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ
## ระยะเวลาการอยู่ในหน้าเว็บ: อีกวิธีหนึ่งที่ google ใช้ในการจัดอันดับ คือระยะเวลาที่ผู้เยี่ยมชมอยู่ในหน้าเว็บ เป็นตัววัดคุณภาพของหน้าเว็บนั้น ๆ เพราะถ้าหน้าเว็บไม่ดี คนจะรีบกดออกอย่างรวดเร็ว
##ทราฟฟิกแบบตรง: มีการยืนยันแล้วว่า Google ใช้ข้อมูลจาก Google Chrome เพื่อกำหนดว่ามีหรือไม่มีผู้คนเยี่ยมชมเว็บไซต์ เว็บไซต์ที่มีการเปิดเข้าเว็บโดยตรงจะถูกมองว่าเป็นเว็บคุณภาพดี
## ทราฟฟิกซ้ำ: Google มองว่าเว็บไซต์ที่มีผู้เยี่ยมชมเดิม ๆ เข้ามาซ้ำๆจะมองว่าเป็นเว็บคุณภาพดี และได้รับการจัดอันดับที่ดี
## เว็บที่ถูกปิดกั้น: Google ไม่ใช่สิ่งนี้แล้วใน Chrome อย่างไรก็ตาม Panda algorithm ใช้คำสั่งนี้ในการตัดสินว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพหรือไม่
## Chrome Bookmarks: อีกหนึ่งปัจจัยที่ google ใช้มาช่วยวัดคุณภาพของเว็บ คือ bookmark ใน chrome
##ข้อมูล Google Toolbar: มีรายงานว่า Google ใช้ข้อมูลทูลบาร์เป็นตัววัดคุณภาพเว็บ แต่ตอนนี้ก็ได้รู้เพิ่มว่า google เก็บข้อมูลของเว็บเพิ่มจาก toolbar ของตัวเอง
## จำนวนความคิดเห็น: หน้าที่มีความเห็นจำนวนมาอาจจะบ่งบอกถึงการตอบสนองของผู้ใช้และคุณภาพของเว็บบ่งบอกได้ว่ามีผู้คนให้ความสนใจมาก ซึ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการจัดอันดับ
## Dwell Time: Google ให้ความสนใจอย่างมากกับ “dwell time”: ผู้คนใช้เวลานานเท่าไหร่บนเว็บไซต์คุณเมื่อมาจากหน้าค้นหาของ google ถ้าผู้คนใช้เวลาอยู่บนเว็บของคุณนาน ก็หมายถึงเว็บคุณเป็นเว็บคุณภาพ
## Query Deserves Freshness: Google ให้อันดับที่ดีสำหรับหน้าใหม่ ๆ เนื้อหาใหม่ ๆ ในผลการค้นหา สอดคล้องกับ caffeine algorithm
##. Query Deserves Diversity: Google อาจจะเพิ่มความหลากหลายเข้าไปในผลลัพท์การค้นหาสำหรับคีย์เวิร์ดทั่ว ๆ ไป
## ประวัติการใช้เบราว์เซอร์ของผู้ใช้: เว็บไซต์ที่คุมเยี่ยมชมบ่อย ๆ ในขณะที่คุณเข้าสู่ระบบของ google จะได้รับการจัดอันดับที่ดีสำหรับการค้นหาของคุณ
##. ประวัติการค้นหาของผู้ใช้: ผลลัพท์การค้นหาก่อนหน้าจะส่งผลต่อการค้นหาล่าสุด ตัวอย่างเช่นถ้าคุณค้นหา “กระต่าย” แล้วค้นหาคำว่า “ตุ๊กตา” google จะจัดอันดับเว็บที่มีคำว่า “ตุ๊กตากระต่าย” สูงขึ้นในผลการค้นหา
## Geo Targeting: เว็บไซต์ที่มีไอพีเซิร์ฟเวอร์ในถิ่นที่อยู่แถบนั้นและดอทต่าง ๆ ที่มีประเทศลงท้าย google ให้ความสำคัญกับ
## การค้นหาแบบปลอดภัย: การค้นหาแบบปลอดภัยจะปิดกั้นไม่ให้คำหยาบและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนมาแสดง บ่งบอกถึงคุณภาพของเว็บ
## Google+ Circles:เว็บไซต์ที่เราได้เพิ่มลงในแวดวง Google Plus ของเรา Google จะแสดงอันดับที่สูงขึ้น
## การร้องเรียน DMCA: หน้าเว็บที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับ DMCA google จะลดอันดับลงซึ่งมันเป็นผลเสียต่อการจัดอันดับ
##. ความหลากหลายของโดเมน: ดูเหมือนว่าจะมี algorithm ที่ชื่อว่า Bigfoot Update เน้นที่ความหลากหลายในหน้าการค้นหามากขึ้นทำให้ หน้ารอง ๆ ของเว็บอันดับต้น ๆ ได้อันดับดีกว่า
##. การค้นหาคีย์เวิร์ดสินค้า: Google จะแสดงผลลัพท์สำหรับคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับสินค้าหรือการขายของในรูปแบบที่แตกต่างออกไป
##การค้นหาท้องถิ่น: การค้นหาท้องถิ่นของ Google+ Local results googleมักจะใส่ผลการค้นหาลงในหน้าผลลัพท์การค้นหาทั่ว ๆ ไป
## Google News Box: Goole อาจจะแสดงผลลัพท์ข่าวของ google ที่เกี่ยวกับคีย์เวิร์ดนั้นในบางครั้งสำหรับการค้นหาบางคีย์เวิร์ด
## ความให้ความสำคัญกับยี่ห้อดัง ๆ: Algorithm ที่ชื่อว่า Vince ที่ถูกเพิ่มขึ้นมาในปี 2009 ไม่ได้ทำให้อันดับเปลี่ยนแปลงมาก แต่มันให้ความสำคัญกับยี่ห้อดัง ๆ โดยทำให้หน้าเว็บยี่ห้อดัง ๆ ติดอันดับในคำที่ niche มากขึ้น
##. ผลลัพท์สินค้า : บางครั้ง google แสดง ผลลัพท์สินค้า ( Google Shopping results) ในการค้นหา
##. ผลการค้นหาแบบรูปภาพ: บางครั้ง Google แทรกผลการค้นหาของเราด้วยผลลัพท์การค้นหารูป ที่ถูกดูมากที่สุด
## การค้นหาแบบ Easter Egg: Google มีการค้นแบบ Easter Egg ที่ ผลลัพท์การค้นหาจะกลายเป็นการเริ่มเล่นเกมส์นี้การค้นหาแบบรูปภาพ
##. ผลการค้นหาแสดงเว็บไซต์เดียวสำหรับยี่ห้อ : คีย์เวิร์ดที่เป็น ชื่อเว็บหรือยี่ห้อจะทำให้เกิดผลการค้นหาจากเว็บเดียวกันหลาย ๆ หน้า
## Tweet ความสำคัญ ในการจัดอันดับ SEO จำนวนครั้งที่ทวีต: คล้ายกันกับลิงก์ การทวีตหน้าจะช่วยเพิ่มอันดับใน google ซึ่งเป็นผลดีในการจัดอันดับ เพราะบ่งบอกได้ว่าเป็นเว็บที่ทีผู้คนสนใจมาก
## บัญชีของผู้ใช้ Twitter ที่มีชื่อเสียง: เหมือนกันการทวีตจากหน้าของผู้ใช้ที่มีชื่อเสียงอย่างดารา นักร้องดัง ๆ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากจะมีอิทธิพลสูงกว่าทวีตจากหน้าของผู้ใช้ใหม่
## จำนวนการไลค์ในเฟซบุค : Google คำนึงถึงจำนวนไลค์ใน facebook มาช่วยในการจัดอันดับด้วย แม้ว่าจะไม่มีผลมาก ถึงแม้ google จะไม่สามารถเห็นบัญชี facebook ก็ตาม
## การแบ่งปันใน Facebook: การแชร์ใน facebook นั้นได้ผลดีกว่าการมีไลค์ใน facebook เพราะการแชร์โพสทต์ใน facebook มันคล้ายคลึงกับการสร้าง backlink
## หน้าผู้ใช้ที่มีชื่อเสียง: เหมือนกับ Twitter การแชร์ใน Facebook shares และการไลค์จากหน้าใน facebook ที่ได้รับความนิยมมาก
## Pinterest Pins: ดูเหมือนว่า google จะให้ความสำคัญกับ Pinterest Pins เป็นโซเชียลมีเดียที่สำคัญในการจัดอันดับ เพราะ Pinterest เป็นโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และมีข้อมูลสาธารณะเป็นจำนวนมาก
##การโหวตบนเรื่องที่แบ่งปันบนเว็บโซเชียล: Google ใช้การแบ่งปันบนเว็บอย่าง Reddit, Stumbleupon และ Digg เป็นตัวชี้วัดหนึ่งเรื่องความนิยมทางสังคมออนไลน์
##. จำนวนของ Google+1?s: Googleให้ความสำคัญกับเว็บโซเชียลอื่น แล้วทำไม google จะไม่ให้ความสำคัญกับเว็บโซเชียลที่ตัวเองเป็นเจ้าของอย่าง Google Plus
## บัญชีผู้ใช้ Google+ ที่มีชื่อ: การกด +1 ใน google plus จากบัญชีผู้ใช้ที่มีชื่อจะส่งผลดีมากกว่าการกดของบัญชีที่มีผู้ติดตามน้อยกว่า เพราะ เวลากดมันก็จะนับทบยอดเป็นบวกหนึ่งในหน้าแรกหมด ไม่จำเป็นต้องแชร์โดเมนตรงๆก็ได้
##การยืนยันความเป็นผู้เขียนบน google plus (Google+ Authorship): ภายในผลลัพท์การค้นหา ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติส่วนตัวที่ทำการยืนยันออนไลน์แล้วจะได้รับอันดับที่ดีกว่าบทความทั่ว ๆ ไปที่ยังไม่มีการยืนยันตัวตน
## การชี้วัดการเกี่ยวข้องทางสังคม: Google อาจจะใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันจากบัญชีผู้ใช้ที่ทำการแบ่งปันบทความและข้อความรอบ ๆ ลิงก์
## เว็บที่ดีจากโซเชียลต่าง ๆ จะช่วยเพิ่ม authority ให้กับทั้งเว็บ ซึ่งจะช่วยอันดับในหน้าเว็บทั้งหมดของเว็บนั้น
##. anchor text ลิงก์ที่เป็นชื่อยี่ห้อ: นั้นสั้น ๆ เรียบง่าย แต่ให้ผลดีอย่างยิ่ง
## การค้นหาชื่อเฉพาะ (ยี่ห้อ หรือชื่อเว็บไซต์) เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย ๆ Google จะให้ความสำคัญกับเว็บของยี่ห้อนั้นหรือเว็บที่เป็นเจ้าของชื่อเว็บนั้นเป็นพิเศษ
## เว็บไซต์ที่มีหน้าเฟซบุ๊คและจำนวนไลค์ที่มาก จะได้รับการจัดอันดับที่ดี เพราะบ่งบอกได้ถึงคุณภาพของเว็บและบ่งบอกได้ว่าเป็นเว็บที่มีผู้คนสนใจ
## สิ่งที่บอกได้ว่าเป็นเว็บที่ได้รับความนิยมในเว็บไซต์ที่โปรไฟล์ Twitter Profile คือจำนวนของผู้ติดตาม
## หน้า Linkedin อย่างเป็นทางการของบริษัท สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บ บ่งบอกถึงความมีตัวตนจริง ๆ ของธุรกิจนั้น ๆ
##. รายชื่อลูกจ้างบนหน้าเว็บ Linkedin: สิ่งที่ช่วยยืนยันให้หน้าเว็บบริษัทมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ก็คือหน้าประวัติส่วนตัวของผู้ใช้ที่ยืนยันทำงานอยู่บริษัทนั้น
##. การเคลื่อนไหวของบัญชีโซเชียลมีเดีย: เว็บที่มีผู้ติดตามมากและมีความสัมพันธ์กับผู้ติดตามมาก ๆ เช่นการโพสท์เรื่องจะช่วยเรื่องอันดับได้ดีกว่า ซึ่ง มันคงดูเป็นเรื่องแปลกที่บัญชีในเว็บโซเชียลที่มีคนติดตามมากกว่าหนึ่งหมื่นคน แต่มีเพียงสองโพสต์
##การเอ่ยถึงชื่อยี่ห้อบนเว็บไซต์ข่าว: เว็บยี่ห้อดัง ๆ มักจะถูกเอ่ยถึงในเว็บข่าวของ google อยู่เรื่อย ๆ
##. Co-Citations: Brands get mentioned without getting linked to. Google likely looks at non-hyperlinked brand mentions as a brand signal.
##จำนวนของสมาชิกรับข่าว RSS: Google จะให้ความสำคัญกับจำนวนสมาชิกรับข่าว RSS ว่าเว็บนั้นได้รับความนิยม เพราะ Google เป็นเจ้าของบริการ RSS ที่มีชื่อเสียงอย่าง Feedburner
## ธุรกิจที่ลงที่อยู่ในรายชื่อ Google+ ท้องถิ่น: ธุรกิจที่แท้จริงต้องมีที่อยู่ออฟฟิตแน่นอน มันเป็นไปได้ที่ google จะให้น้ำหนักกับธุรกิจที่ลงที่อยู่ในรายชื่อ Google plus ท้องถิ่น เพราะมันสามารถบอกได้ว่าธุรกิจนั้นมีตัวตนอยู่จริง
## เว็บไซต์เป็นWebsite is Tax Paying Business: อีกหนึ่งการยืนยันตัวตนที่ดี บ่งบอกว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ ธุรกิจที่มีการจ่ายภาษี
##การลงโทษของแพนด้า เว็บไซต์ที่มีบทความคุณภาพต่ำ จะถูกเมินหลังจากได้รับการลงโทษตาม algorithm Panda
## การลิงก์ไปยังเว็บแย่ ๆ : การลิงก์ไปเว็บโป๊ การพนัน ผิดกฎหมายต่าง ๆ หรือเว็บขายยาหรือพวก payday load จะส่งผลเสียต่อการจัดอันดับเป็นอย่างมาก ทำให้อันดับเว็บของคุณแย่ลง
## การรีไดเรค: การรีไดเรคแบบโกง ๆ เพื่อหวังผลนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ google จะไม่ใช่แค่โดนลงโทษ แต่จะโดนแบนทันที
## หน้าต่างป็อบอัพ หรือโฆษณาบังหน้าเว็บ : Google บอกว่าหน้าต่างป็อปอัพและโฆษณาที่ขึ้นมาบังหน้าเว็บบ่งบอกว่าเว็บนั้นมีคุณภาพต่ำ ส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ
##เว็บที่ทำ SEO มากเกินไป: การใส่คีย์เวิร์ดลงในส่วนหัวเยอะ ๆ หรือการใช้ คีย์เวิร์ดบ่อยครั้ง อาจจะได้รับผลเสีย
## หน้าที่ทำ SEO มากเกินไป: เพนกวินนั้นทำงานต่างกับแพนด้า ไม่เหมือนกับแพนด้าที่วิเคราะห์เป็นเว็บ
## โฆษณามากเกินไป: Algorithm รูปแบบเว็บ จะลงโทษเว็บไซต์ที่มีโฆษณาจำนวนมาก และมีเนื้อหาอยู่น้อย แสดงถึงความไม่มีคุณภาพของเว็บ
## การซ่อนลิงก์ Affiliate : การซ่อน affiliate links โดยเฉพาะการ cloaking จะทำให้ถูกลงโทษ ส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ
##. เว็บ Affiliate เว็บที่มีลิงก์ affiliates จะถูกจัดอันดับต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะ เป็นที่รู้กันดีว่า google ไม่ชอบเว็บ affiliates
##บทความที่สร้างขึ้นมั่ว ๆ : Google อาจจะลงโทษ หรือ แบน ทันทีถ้าเว็บของคุณผลิตบทความที่ไม่ได้เขียนเอง บทความที่สร้างขึ้นมั่วๆ หรือใช้โปรแกรมสร้างขึ้น ดังนั้น ผู้ที่จะทำเว็บควรใส่ใจเรื่องการเขียนบทความให้ดี เพราะบทความที่ดี ที่มีคุณภาพจะส่งผลดีต่อการจัดอันดับเป็นอย่างมาก
## การตั้งใจทำ PageRank มากเกินไป: Google อาจกำลังสงสัยว่าคุณพยายามที่จะโกงระบบที่ google คิดค้นขึ้น ถ้าคุณตั้งใจทำ pagerank มากเกินไป
## ไอพีแอดเดรส ที่ถูกระบุว่าเป็นแสปม: ผลเสียกับเว็บทั้งหมดที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ ถ้าไอพีของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณถูกระบุว่าเป็นสแปม
##การสแปม Meta Tag: การฝังคีย์เวิร์ดในส่วนของ meta tags มากเกินไป google อาจจะลงโทษเว็บไซต์ของคุณ
##การเพิ่มจำนวนลิงก์บ่งบอกความไม่เป็นธรรมชาติอย่างมาก google จะลงโทษเว็บไซต์ของคุณ
## บทลงโทษของเพนกวิน: เว็บไซต์ที่เพนกวินลงโทษจะหาไม่เจอเลยในหน้าการค้นหา
##ลิงก์จากหน้าประวัติส่วนตัวที่มี % ว่าเป็นลิงก์ด้อยคุณภาพ:ตัวบ่งชี้ว่าคุณพยายามโกงระบบอยู่ ส่วนใหญ่ คือ ลิงก์ที่คนทำ SEO ใช้กันอย่างเช่นลิงก์จากความคิดเห็นหรือประวัติส่วนตัว
## การลิงก์ถึงเว็บที่เกี่ยวข้องกัน: เว็บที่มีลิงก์จำนวนมากจากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกันจะถูกเพนกวินลงโทษ จากการวิเคราะห์ของเว็บที่ได้รับการเชื่อถือ อย่างเว็บ MicroSiteMasters.com
## คำเตือนลิงก์ไม่เป็นธรรมชาติ: คำเตือนหลายพันคำเตือนใน Google Webmaster Tools ที่ Google ส่งให้ ถ้าไม่แก้ไขจะทำให้อันดับหล่นลง แม้ว่าจะไม่ยืนยัน 100%
## ลิงก์จาก IP Class C เดียวกัน: ตัวบอกว่าคุณกำลังสร้างลิงก์จากเน็ตเวิร์คของตัวเอง ก็คือการได้ลิงก์จากหลาย ๆ เว็บไซต์ที่อยู่บนไอพีเดียวกัน
## ลิงก์ anchor text “ที่เป็นพิษ”: เว็บคุณจะเป็นเว็บสแปม ถูกสแปม หรือโดนแฮกทันที ถ้าคุณมีลิงก์ anchor text “ที่เป็นพิษ” (ตัวอย่างเช่นคีย์เวิร์ดกลุ่ม pharmacy) ซึ่ง google จะทำการลดอันดับเว็บของคุณ
## การลงโทษจากพนักงาน google เอง: การลงโทษส่วนใหญ่เกิดจาก algorithm ของ google ถ้าพนักงาน Google พบว่าทำความผิดจริง แม้ว่าจะไม่ขัดกับ algorithm ของ google พนักงาน google ก็จะทำการลงโทษเว็บนั้นโดยตรง
## การขายลิงก์: การลดจำนวนลงของ pagerank จากการขายลิงก์ของคุณและการส่งผลเสียกับการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณ
## Google Sandbox: เว็บไซต์ใหม่ ๆ ที่มีลิงก์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก จะถูกเก็บไปไว้ใน Google Sandbox ซึ่งจะไม่ปรากฎในหน้าการค้นหาของ google
## Google Dance:google กำลังตัดสินใจเว็บไหนที่กำลังจะโกงระบบของ google อยู่ โดยดูจากการที่อันดับใน google ไม่นิ่งหรือที่เรียกกันว่า Google Dance จะส่งผลให้อันดับเว็บในหน้าการค้นหานั้นขยับเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่ตลอดในเวลาอันสั้น
## Disavow Tool: Googleอาจจะช่วยลบการถูกลงโทษของเว็บที่ทำ SEO ที่แย่ ๆ ออกไปได้ หากคุณใช้ Disavow Tool บน google แต่คุณต้องแก้ไขเว็บคุณให้ถูกต้องด้วย
## การส่งคำขอให้พิจารณาใน google: หากเว็บไซต์ของคุณไม่ได้รับการตอบรับจาก google google ก็จะทำการลงโทษ แต่ถ้าเป็นการส่งคำขอที่ได้รับการตอบรับจะช่วยลบการลงโทษออกไป

อ้างอิง
1.http://blog.wordthai.com/
2.http://blog.netway.co.th/googles-200-ranking-factors/
3.https://www.lnwshop.com/seo




Contact Chamedee SEO Team

ส่งข้อความหา Chamedee SEO Team



: SEO@chamedee.com
: 093 883 7067


Top