SEO TOP1

ปัจจัยการจัดอันดับของgoogle

SEO

Title Tag & Meta Tag


การใส่ Title Tag & Meta Tag สำหรับเว็บไซต์


Title Tag คือ ข้อความที่แสดงบน Title Bar ของบราวเซอร์ เป็นข้อความสำหรับบอกให้ทราบว่าหน้าเว็บไซต์ที่กำลังแสดงผลอยู่นั้นมีหัวข้อเกี่ยวกับอะไร ข้อความใน Title Tag ควรมีความยาว 60-70 ตัวอักษร และควรหลีกเลี่ยงอักขระพิเศษต่าง ๆ ค่ะ
Meta Description ใช้สำหรับแสดงรายละเอียดโดยย่อของหน้าเว็บไซต์ที่แสดงผลอยู่ ซึ่งข้อความไม่ควรสั้น หรือ ยาวจนเกินไป และควรสัมพันธ์กับเนื้อหาของหน้านั้น ๆ ความยาวของคำอธิบายไม่ควรเกิน 200 อักษร
Meta Keyword คือ คำค้นที่ใช้ระบุสำหรับการค้นหาผ่าน Search Engine โดยคำค้นที่กำหนดควรสอดคล้องกับเนื้อหาในหน้านั้นๆ คำค้นแต่ละคำจะต้องคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,)(comma) โดยความยาวที่ระบบรองรับจะต้องไม่เกิน 255 อักษร
เดิมทีการแสดงผลในแต่ละหน้าบนเว็บไซต์นั้น จะมีบางหน้าที่สามารถกำหนด “Title Tag & Meta Tag” ได้ แต่บางหน้ายังไม่สามารถกำหนด “Title Tag & Meta Tag” ได้ ซึ่งการพัฒนา feature ชุดนี้ได้ทำการแก้ไขระบบให้สามารถกำหนด “Title Tag & Meta Tag” ได้ แต่ในบางหน้าจะยังไม่สามารถกำหนด “Title Tag & Meta Tag” ได้ เนื่องมาจากไม่มีหน้าจัดการของส่วนการแสดงผลนั้นๆ เช่น หน้า “check out”, “หน้าแสดงรายการสั่งซื้อ”, “หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด”, “หน้ารวมอัลบั้มรูป” เป็นต้น ซึ่งจะแสดงผลส่วนของ “Title” แบบเดิม ส่วนหน้าใดที่ไม่มีการแสดงผลของ “Title Tag & Meta Tag” มาก่อน จะใช้ “Title Tag & Meta Tag” ของหน้า Homepage (ข้อมูลที่กำหนดในหน้า “ตั้งค่าพื้นฐานของเว็บไซต์”) ซึ่งรายละเอียดของ Feature “Title Tag & Meta Tag for all pages” มีดังนี้
วิธีการตรวจสอบการแสดงผล
1. การแสดงผลของ “Title” จะแสดงที่ “Title Bar”
2. การแสดงผลของ “Meta Tag” “Meta Tag” มีอยู่มากมายหลาย Tag ด้วยกัน แต่ที่จะนำมาใช้เพื่อประโยชน์ด้านการโปรโมทเว็บไซต์นั้นจะมี 2 Tag คือ “Meta Description” และ “Meta Keyword” ซึ่ง Tag ทั้ง2 จะไม่ได้แสดงให้เห็นเป็นข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์แต่จะเป็นโค้ดที่อยู่กับ browser ซึ่งหากต้องการตรวจสอบ “Meta Description” และ “Meta Keyword” จะต้องทำการดู source code ของหน้าเว็บไซต์นั้นๆ วิธีการคือ
- คลิกขวาบนหน้าเว็บไซต์ >> คลิกที่ “View Source”(IE), “View Page Source”(Firefox)
หรือ
- คลิกที่เมนู View >> คลิกที่ “Source”(IE), “Page Source”(Firefix)
- จะมีหน้าต่างใหม่เปิดขึ้นมา และจะมี Source code ของหน้าเว็บนั้น ซึ่งจะสามารถตรวจสอบข้อมูลของ “Meta Description” และ “Meta Keyword” ได้จากการดู Code ในหน้าต่างที่เปิดมานี้ ดังภาพค่ะ
รายละเอียดการแสดงผลของ “Title Tag & Meta Tag” ในแต่ละส่วน บนหน้าเว็บไซต์
1. ส่วนการแสดงผลที่หน้าเว็บไซต์ที่ไม่สามารถกำหนด “Title Tag & Meta Tag” ได้
1.1 หน้าเว็บที่แสดงผลโดยใช้ “Title” ที่ระบบกำหนดอยู่แล้ว ซึ่ง Title จะเป็นข้อความหัวข้อของหน้าเว็บนั้นๆ แต่จะไม่มี “Meta Description” และ “Meta Keyword”
- หน้ารวมรายการสินค้าโดยแบ่งตามยี่ห้อของสินค้า เนื่องจากการแสดงผลของรายการสินค้าที่แบ่งตามยี่ห้อนั้น เป็นหน้าที่เป็นการแสดงโดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับตอนสร้างสินค้าว่าได้กำหนด ยี่ห้อให้กับสินค้าหรือไม่ ซึ่งไม่สามารถแบ่งแยกตามยี่ห้อได้โดยเว็บมาสเตอร์ และไม่มีหน้าจัดการข้อมูลหน้ารวมสินค้าโดยแบ่งตามยี่ห้อ ซึ่ง Title ของ หน้ารวมรายการสินค้าโดยแบ่งตามยี่ห้อสินค้า นี้ จะใช้ ชื่อยี่ห้อมาแสดงเป็น Title
- หน้าแสดงรายละเอียดของกระทู้ จะใช้ชื่อหัวข้อของกระทู้เป็น Title ของหน้าแสดงรายละเอียดกระทู้
- หน้า “check out” สินค้า , หน้า ดูรายละเอียดสินค้า(แสดงสินค้าในตะกร้า) , หน้า สั่งซื้อสำเร็จ Title จะใช้ข้อความว่า “รายละเอียดสินค้าในตะกร้าของท่าน”
1.2 หน้าเว็บแสดง “Title Tag & Meta Tag” โดยใช้ “Title Tag & Meta Tag” จากค่า Default หรือ “Title Tag & Meta Tag” ของหน้า Homepage
- สำหรับหน้าเว็บไซต์อื่นๆที่ไม่สามารถกำหนด “Title Tag & Meta Tag” ได้เอง และไม่มีข้อความของระบบกำหนดให้ จะกำหนดให้ใช้งาน “Title Tag & Meta Tag” ของ หน้า Homepage คือ “Title Tag & Meta Tag” ที่กำหนดจากหน้า “ตั้งค่าพื้นฐานของเว็บไซต์”
1.3 หน้าเว็บแสดง “Title Tag & Meta Tag” โดยใช้ “Title Tag & Meta Tag” ที่กำหนดเองได้ ในส่วนการจัดการของแต่ละหน้า
- หน้าแรกของเว็บไซต์ หรือ Homepage (กำหนดที่ “ตั้งค่าพื้นฐานของเว็บไซต์”)
- บทความ หรือ บล็อก รวมถึงเมนูหลัก เมนูย่อย และ pulldown menu ที่สร้างเป็นชนิด “สร้างหน้าใหม่” หากยังไม่ได้กำหนด Title Tag เอง ที่หน้าเว็บไซต์จะใช้ ชื่อบทความ หรือ ชื่อบล็อก แสดงเป็น Title
- กลุ่มบทความ หรือ กลุ่มบล็อก หากยังไม่ได้กำหนด Title Tag เอง ที่หน้าเว็บไซต์จะใช้ ชื่อกลุ่มบทความ หรือ ชื่อกลุ่มบล็อก แสดงเป็น Title
- รายการสินค้า หากยังไม่ได้กำหนด Title Tag เอง ที่หน้าเว็บไซต์จะใช้ ชื่อสินค้า แสดงเป็น Title (นอกจากนี้ กรณีที่มีการใช้งาน ระบบ stock กรณีสินค้าหมดที่ title จะแสดงข้อความว่า สินค้าหมดต่อท้าย title ด้วย)
- หมวดหมู่สินค้าทั่วไป และ หมวดหมู่สินค้าพิเศษ หากยังไม่ได้กำหนด Title Tag เอง ที่หน้าเว็บไซต์จะใช้ ชื่อหมวดหมู่สินค้า แสดงเป็น Title
- หน้ารวมกระทู้ หรือ หน้ารวมกระทู้ของแต่ละกลุ่ม(multi webboard) หากยังไม่ได้กำหนด Title Tag เอง ที่หน้าเว็บไซต์จะใช้ หัวของบทนำของเว็บบอร์ด หรือ ชื่อกลุ่มเว็บบอร์ด แสดงเป็น Title
- หน้าแสดงอัลบั้มรูป หากยังไม่ได้กำหนด Title Tag เอง ที่หน้าเว็บไซต์จะใช้ ชื่ออัลบั้ม แสดงเป็น Title (กรณีอัลบั้มรูปนอกจากชื่ออัลบั้มหรือ title ที่กำหนดเองแล้ว ระบบจะแสดง วันที่ ที่สร้างอัลบั้มหรือแก้ไขอัลบั้มด้วย)
หมายเหตุ : กรณีสร้างใหม่ เช่น สร้างบทความใหม่ , สร้างอัลบั้มใหม่ เมื่อกรอก ชื่อบทความ หรือ ชื่ออัลบั้มใหม่ ระบบจะดึงชื่อบทความ หรือ ชื่ออัลบั้มมาใส่ในช่องกรอก Title Tag ให้อัตโนมัติ (แต่หากต้องการกำหนดเองก็คลิกเมาส์ในช่องกรอก Title Tag แล้ว กรอกข้อความที่ต้องการได้)
ที่มา http://oxygen.readyplanet.com/Function-Update/



Contact Chamedee SEO Team

ส่งข้อความหา Chamedee SEO Team



: SEO@chamedee.com
: 093 883 7067


Top